Check point สำคัญๆ เมื่อซื้อบ้านมือสอง

แม้ว่าในปัจจุบัน จะมีโครงการบ้าน และคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่อยู่เรื่อย ๆ แต่ผู้คนก็ยังให้ความสนใจบ้านมือสองด้วยเช่นกัน เนื่องจากบ้านมือสองจะสามารถเข้าอยู่อาศัยได้เลย ไม่เหมือนบ้านหรือคอนโดโครงการใหม่ ซึ่งบางโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ต้องรอให้สร้างแล้วเสร็จก่อน รวมถึงการซื้อบ้านมือสองนั้น บางหลังเจ้าของบ้านได้ทำการตกแต่งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เรียกว่า หิ้วกระเป๋าเข้าไปอยู่ได้เลยนั่นเอง นอกจากนี้ ในบางทำเลที่น่าสนใจ อาจจะหาโครงการบ้านหรือคอนโดมือหนึ่งได้ยาก ทำให้บ้านมือสอง ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน

แต่อย่างไรก็ตาม บ้านมือสอง ก็ถือว่าเป็นบ้านที่เคยมีคนพักอาศัยมาก่อนแล้ว ดังนั้นหากจะซื้อบ้านมือสอง เราควรมีเช็คลิสต์อย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ

1. โครงสร้างและงานระบบของบ้าน

โครงสร้างและงานระบบของบ้านนั้น ประกอบด้วย งานระบบน้ำ , ระบบไฟฟ้า และโครงสร้าง โดยการตรวจสอบในส่วนนี้ หากไม่มีความรู้โดยตรง อาจให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยตรวจสอบ

งานระบบน้ำ

ในการตรวจสอบงานระบบน้ำนั้น จะเป็นการเช็คทางระบายน้ำ และความสะอาดของบ่อพักน้ำ หากพบว่าท่ออุดตันหรือบ่อพักสกปรก ควรให้ช่างมาลอกหรือทำความสะอาดท่อ หรือหากพบว่า น้ำไม่ไหลไปตามทางเดินน้ำ ให้สังเกตทิศทางน้ำว่าระบายไปทางไหน หากพบว่าไม่ตรงตามแบบแปลนเดิมของบ้าน ควรทำทิศทางระบายน้ำใหม่ ซึ่งการตรวจสอบในส่วนนี้ หากไม่มีความรู้โดยตรง อาจให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยตรวจสอบ

งานระบบไฟฟ้า ได้แก่

เช็คการทำงานของหลอดไฟ และดวงไฟทั้งหมด หากเปิดไฟไม่ติด อาจจะเกิดจากขั้วหลอดไฟเสีย แก้ไขโดยการเปลี่ยนหลอด แต่หากบ้านมีอายุค่อนข้างเก่า สามารถเปลี่ยนมาใช้หลอด LED เพื่อประหยัดไฟ และอายุการใช้งานได้ด้วย

เช็คการทำงานของเครื่องตัดไฟและตู้ควบคุมวงจรไฟฟ้า โดยให้ทดลองการทำงานด้วยปุ่ม Test (บางรุ่นใช้คำว่า T) หากกดแล้ว เครื่องตัดไฟทำงานทันที ถือว่าทำงานตามปกติ แต่ถ้าใช้งานไม่ได้ ควรซื้อเครื่องใหม่มาใช้งานทันที ซึ่งเครื่องตัดไฟนี้ถือว่าสำคัญมาก

งานโครงสร้าง

แม้ว่างานโครงสร้างจะฟังดูเป็นเรื่องใหญ่หรือไกลตัว แต่บางส่วน เราสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ค่ะ เช่นการดูว่าโครงสร้างบ้าน ยังดีอยู่ไหม พื้นหน้าบ้านทรุดตัวหรือเปล่า ประตู หน้าต่าง

เช็คการต่อเติม

ควรตรวจสอบดูว่า บ้านมีการต่อเติมมาก่อนหรือเปล่า และมีการต่อเติมในส่วนไหน และที่สำคัญคือ ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

เช็ครอยร้าว

รอยร้าวมีผลกระทบกับโครงสร้างบ้านมาก และเป็นสิ่งที่บอกว่าโครงบ้านมีปัญหาหรือไม่ ส่วนใหญ่รอยร้าวจะอยู่ที่ผนังและเสาบ้าน ขอบหน้าต่าง ประตู โดยรอยร้าวแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

รอยร้าวที่ไม่กระทบกับโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นรอยร้าวแตกเป็นลายงาตามผนังไม่ลึก หรือเป็นรอยแตกตามขอบหน้าต่าง ซึ่งสามารถแก้ไขโดยการขัดสีและฉาบปูน

รอยร้าวที่มีผลกระทบกับโครงสร้าง สังเกตได้จากรอยร้าวที่เสา คาน พื้น และพนัง

และนี่คือข้อมูลคร่าว ๆ เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบบ้านมือสองนั่นเอง และอย่าลืมว่า บางส่วนที่เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดในการตรวจสอบบ้านมือสองนั้น สามารถให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบได้ เพื่อจะได้ซื้อบ้านมือสองอย่างสบายใจค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *